Form E คืออะไร ใช้ทำอะไร
Form E คือ หนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า (Form E Certificate of Origin) ภายใต้ความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-จีน หรือ ACFTA (ASEAN-China Free Trade Area) ซึ่งออกโดยหน่วยงานผู้มีอำนาจของประเทศผู้ส่งออก เพื่อยืนยันว่าสินค้ามีถิ่นกำเนิดจากประเทศสมาชิก ACFTA ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
ผู้นำเข้าที่มี Form E ถูกต้องสามารถใช้สิทธิขอลดหรือยกเว้นภาษีนำเข้าจากจีนได้ ซึ่งช่วยลดต้นทุนสินค้าได้อย่างมาก กฎหมายไม่ได้บังคับว่าทุกชิปเมนต์ต้องมี Form E แต่หากไม่มีเอกสารดังกล่าว ผู้นำเข้าจะต้องชำระอากรขาเข้าตามอัตราปกติ
Form E มีประเทศอะไรบ้าง
ประเทศที่ยอมรับ Form E ภายใต้ ACFTA มี 11 ประเทศ ได้แก่ บรูไน กัมพูชา จีน อินโดนีเซีย ลาว มาเลเซีย เมียนมา ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม แม้หลายคนจะเรียกเอกสารนี้ว่า “Form E China” แต่ Form E ใช้ได้ทั้งการค้าจากจีนมายังอาเซียน และการส่งออกจากประเทศอาเซียนไปยังจีน
นำเข้าสินค้าจากจีน ใช้ Form E ลดภาษีได้กี่เปอร์เซ็นต์
อัตราภาษีนำเข้าที่ลดได้ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้าและ HS Code ภายใต้ ACFTA สินค้าสามารถแบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก ดังนี้
- กลุ่มลดภาษีปกติ (Normal Track): ไทยและจีนตกลงลดและยกเลิกอากรสำหรับ 90% ของรายการสินค้าทั้งหมดภายในวันที่ 1 มกราคม 2010 สินค้าในกลุ่มนี้จึงมักเสียอากรขาเข้า 0%
- กลุ่มอ่อนไหว (Sensitive List): อัตราอากรสำหรับสินค้ากลุ่มนี้ลดลงเหลือ 0-5% ภายในปี 2018
- กลุ่มอ่อนไหวสูง (Highly Sensitive List): อัตราอากรลดเหลือ 50% ในปี 2015 และไม่มีข้อผูกพันให้ลดต่อจากระดับดังกล่าว
ส่วนต่างที่ประหยัดได้ คือ อัตราอากรปกติ (MFN Rate) ลบด้วยอัตราอากรตามสิทธิ ACFTA หากไม่มี Form E หรือยื่น Form E ที่มีข้อผิดพลาด สินค้าบางรายการอาจต้องเสียอากรตามอัตราปกติ ซึ่งอาจสูงได้ถึง 80% ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้า
ตัวอย่างการคำนวณภาษีนำเข้าจากจีน (ตัวอย่างสมมติ)
สมมติว่าสินค้ามีมูลค่า CIF 100,000 บาท อัตราอากรปกติ 10% และอัตราอากรตาม ACFTA เท่ากับ 0%
- ไม่มี Form E: อากรขาเข้า 100,000 × 10% = 10,000 บาท
- มี Form E: อากรขาเข้า 100,000 × 0% = 0 บาท
นอกจากประหยัดค่าอากรขาเข้าแล้ว ผู้นำเข้ายังอาจประหยัดภาษีมูลค่าเพิ่มเพิ่มเติม เนื่องจาก VAT คำนวณจากมูลค่า CIF รวมอากรขาเข้า เมื่ออากรขาเข้าเป็น 0 ฐานภาษีมูลค่าเพิ่มจึงลดลงด้วย
หมายเหตุ: ตัวเลขข้างต้นเป็นตัวอย่างเพื่ออธิบายวิธีคิดเท่านั้น อัตราจริงขึ้นอยู่กับ HS Code ของสินค้า
เช็คอัตราภาษีนำเข้าจากจีนตาม HS Code ได้อย่างไร
คำถามว่า “ภาษีนำเข้าจากจีนเท่าไหร่” ต้องเริ่มจากการตรวจสอบ HS Code หรือพิกัดศุลกากรของสินค้าเสมอ โดยสามารถดำเนินการตามขั้นตอนต่อไปนี้
- ขอรายละเอียดสินค้าและ HS Code ที่ผู้ขายในจีนใช้จากผู้ขายหรือโรงงานผู้ผลิต
- ตรวจสอบว่าพิกัดดังกล่าวตรงกับหลักการจัดประเภทสินค้าของประเทศไทย เนื่องจากเลข 8 หลักแรกอาจแตกต่างกันในบางกรณี
- ค้นหาอัตราอากรปกติและอัตราอากรตาม ACFTA ในระบบค้นหาพิกัดอัตราศุลกากรของกรมศุลกากร
- ตรวจสอบว่าสินค้าต้องมีใบอนุญาตหรือมาตรฐานเพิ่มเติมหรือไม่ เช่น มอก. อย. หรือใบอนุญาตเฉพาะสินค้า
- หากไม่แน่ใจเรื่องพิกัด ควรให้ ตัวแทนออกของ ช่วยตรวจสอบก่อนสั่งซื้อ เพราะ HS Code ที่ไม่ถูกต้องเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้เสียสิทธิลดภาษี
Form D กับ Form E ต่างกันอย่างไร
| หัวข้อเปรียบเทียบ | Form D | Form E |
|---|---|---|
| ความตกลง | ATIGA หรือการค้าเสรีภายในอาเซียน | ACFTA หรือการค้าเสรีอาเซียน-จีน |
| ใช้กับสินค้าจาก | ประเทศสมาชิกอาเซียน 10 ประเทศ | จีน และประเทศอาเซียนที่ส่งออกไปจีน |
| ตัวอย่างการใช้ | นำเข้าสินค้าจากเวียดนาม มาเลเซีย หรืออินโดนีเซียมายังไทย | นำเข้าสินค้าจากจีนมายังไทย |
| เกณฑ์ถิ่นกำเนิดทั่วไป | สัดส่วนมูลค่าในภูมิภาค 40% หรือเปลี่ยนพิกัดสินค้า | สัดส่วนมูลค่าในภูมิภาค 40% หรือเปลี่ยนพิกัดในระดับ 4 หลัก |
หลักจำง่าย: สินค้าผลิตในจีน ใช้ Form E ส่วนสินค้าที่ผลิตในประเทศอาเซียนและค้าขายภายในอาเซียน ใช้ Form D

ขอ Form E ต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง ต้องใช้ตัวจริงไหม
ผู้ส่งออกในจีนเป็นผู้ยื่นขอ Form E กับหน่วยงานที่มีอำนาจออกเอกสารในจีน ขณะที่ผู้นำเข้าในไทยควรเตรียม Form E และเอกสารประกอบสำหรับการผ่านพิธีการศุลกากร ดังนี้
- Form E ฉบับจริง (Original) หรือ Form E รูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ที่กรมศุลกากรยอมรับ
- Commercial Invoice
- Packing List
- Bill of Lading หรือ Air Waybill
- ใบขนสินค้าขาเข้า
- ใบอนุญาตหรือเอกสารควบคุมอื่นที่เกี่ยวข้อง หากสินค้านั้นอยู่ภายใต้การควบคุม
ต้องใช้ตัวจริงไหม
โดยทั่วไป Form E ต้องใช้ฉบับจริง อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันจีนสามารถออก Form E ในรูปแบบตราประทับและลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือ Electronic Signature and Seal (ESS) ได้ แต่ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่กรมศุลกากรกำหนด
- ต้องพิมพ์ Overleaf Notes ไว้ด้านหลังในแผ่นเดียวกับหน้า Form E
- ตราประทับและลายมือชื่อในช่อง 11 และ 12 ต้องเป็นรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ทั้งสองช่อง
- ควรตรวจรูปแบบ สี และรายละเอียดในเอกสารก่อนยื่นทุกครั้ง เพื่อป้องกันการถูกปฏิเสธสิทธิ
กรมศุลกากรเคยพบปัญหา Form E แบบ ESS ที่พิมพ์ออกมาไม่เป็นไปตามเงื่อนไขเรื่องสีของเอกสาร จึงควรตรวจสอบรูปแบบล่าสุดกับตัวแทนออกของหรือผู้ให้บริการชิปปิ้งก่อนยื่นเอกสาร
ดูรายการเอกสารอื่นที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้าได้ที่บทความ เอกสารนำเข้าส่งออก
ทำไม Form E ถึงใช้สิทธิลดภาษีไม่ได้
สาเหตุที่พบบ่อยในการถูกปฏิเสธสิทธิ Form E มีดังนี้
- ข้อมูลไม่ตรงกัน: รายละเอียดใน Form E ต้องตรงกับ Bill of Lading, Invoice และ Packing List ทั้งชื่อและที่อยู่ของคู่ค้า เครื่องหมายหีบห่อ จำนวนสินค้า HS Code และน้ำหนักสินค้า หากไม่ตรงกัน เจ้าหน้าที่อาจปฏิเสธการใช้สิทธิได้
- HS Code ไม่ถูกต้อง: สินค้าอาจถูกจัดพิกัดผิด หรือไม่ได้อยู่ในรายการที่ได้รับสิทธิลดอากรตาม ACFTA
- สินค้าไม่ผ่านเกณฑ์ถิ่นกำเนิด: เช่น ใช้วัตถุดิบจากนอกภูมิภาคมากเกินเกณฑ์ที่ความตกลงกำหนด
- ขนส่งผ่านประเทศที่สาม: เช่น สินค้าที่ผ่านฮ่องกงอาจต้องมีหนังสือยืนยันจากหน่วยงานในฮ่องกงว่าสินค้าไม่ได้ถูกเปลี่ยนแปลง หรือผ่านกระบวนการอื่นนอกเหนือจากการรักษาสภาพสินค้า การขาดเอกสารนี้เป็นสาเหตุที่ Form E ถูกปฏิเสธได้บ่อย
- รูปแบบเอกสารไม่ถูกต้อง: เช่น ตราประทับ ลายมือชื่อ การทำเครื่องหมาย หรือรูปแบบของ Form E ไม่เป็นไปตามประกาศ
- ยื่นเอกสารล่าช้า: Form E อาจหมดอายุ หรือยื่นขอใช้สิทธิไม่ทันตามกรอบเวลาที่กำหนด
นำเข้าสินค้าจากจีน ควรใช้ชิปปิ้งที่ดูแลเรื่อง Form E อย่างไร
การเลือกบริษัทชิปปิ้งที่มีความเข้าใจเรื่อง Form E จะช่วยลดความเสี่ยงเรื่องอากร ภาษี และเอกสารไม่ครบ โดยควรพิจารณาคุณสมบัติดังต่อไปนี้
- ตรวจ HS Code และอัตราอากรขาเข้าให้ก่อนสั่งซื้อสินค้า
- ตรวจความถูกต้องของ Form E ก่อนสินค้าออกจากจีน ไม่ใช่รอให้สินค้าถึงประเทศไทย
- ดูแลพิธีการศุลกากรได้ครบทั้ง บริการขนส่งสินค้าทางเรือ และ บริการขนส่งสินค้าทางอากาศ
- แจ้งค่าใช้จ่ายอย่างโปร่งใส และสามารถประสานงานกับผู้ขายหรือโรงงานในจีนได้
Sandy Inter Logistics ให้บริการ บริการพิธีการศุลกากร สำหรับสินค้านำเข้า พร้อมช่วยตรวจเอกสาร Form E และประสานงานเพื่อให้การใช้สิทธิลดภาษีเป็นไปอย่างถูกต้อง
สรุป
Form E คือเอกสารสำคัญที่ช่วยลดภาษีนำเข้าจากจีนได้ โดยสินค้าส่วนใหญ่อาจได้รับอัตราอากร 0% อย่างไรก็ตาม สิทธิจะใช้ได้ก็ต่อเมื่อ HS Code ถูกต้อง สินค้าผ่านเกณฑ์ถิ่นกำเนิด และข้อมูลใน Form E ตรงกับเอกสารนำเข้าอื่นทุกจุด
การตรวจสอบพิกัดสินค้า อัตราอากร และความถูกต้องของ Form E ตั้งแต่ก่อนสินค้าออกจากจีน ช่วยให้ผู้นำเข้าใช้สิทธิได้ครบ ลดต้นทุน และลดความล่าช้าที่ด่านศุลกากร หากต้องการให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยตรวจเอกสาร ติดต่อเรา ได้ทันที
อ้างอิง: กรมการค้าต่างประเทศ (dft.go.th) ตารางข้อผูกพันลดภาษี ACFTA; ASEAN Secretariat (asean.org) Overleaf Notes Form E; ประกาศกองนโยบายและอุทธรณ์พิกัดอัตราศุลกากร ที่ 1/2566 เรื่องสีของ Form E แบบ ESS; MITI Malaysia (fta.miti.gov.my) ACFTA Tariff Schedule
คำถามที่พบบ่อย
ฟอร์ม E คือเอกสารเดียวกับ Form E หรือไม่?
ใช่ ฟอร์ม E และ Form E คือเอกสารฉบับเดียวกัน โดยเป็นหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าภายใต้ความตกลง ACFTA
ใครเป็นคนขอ Form E?
ผู้ส่งออกในจีนเป็นผู้ยื่นขอ Form E กับหน่วยงานที่มีอำนาจออกเอกสารของจีน ผู้นำเข้าในไทยควรแจ้งผู้ขายตั้งแต่ขั้นตอนสั่งซื้อว่าต้องการใช้สิทธิ Form E
ACFTA คืออะไร?
ACFTA คือ เขตการค้าเสรีอาเซียน-จีน หรือ ASEAN-China Free Trade Area เป็นความตกลงที่กำหนดให้มีการลดและยกเลิกภาษีศุลกากรระหว่างจีนกับประเทศสมาชิกอาเซียน
นำเข้าสินค้าโดยใช้ Form E แล้วยังต้องเสีย VAT ไหม?
ยังต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม Form E ช่วยลดอากรขาเข้าเท่านั้น โดย VAT ของไทยในอัตรา 7% คำนวณจากมูลค่า CIF รวมอากรขาเข้า
Form E ออกย้อนหลังได้ไหม?
ในกรณีพิเศษ เช่น เกิดข้อผิดพลาดโดยไม่เจตนา Form E สามารถออกย้อนหลังได้ โดยต้องทำเครื่องหมาย “Issued Retroactively” ในช่อง 13
สินค้าทุกชนิดจากจีนได้ภาษี 0% หรือไม่?
ไม่ใช่สินค้าทุกชนิดจากจีนจะได้อากร 0% สินค้าในกลุ่มอ่อนไหวและกลุ่มอ่อนไหวสูง อาจยังมีอัตราอากรขาเข้าอยู่ จึงควรตรวจสอบ HS Code และอัตรา ACFTA ก่อนนำเข้าเสมอ


