ค่าขนส่งทางอากาศไม่ได้คิดจากน้ำหนักบนตาชั่งอย่างเดียว
ค่าขนส่งทางอากาศ หรือ Air Freight คิดจาก “น้ำหนักที่ใช้คิดเงิน” หรือ Chargeable Weight ซึ่งได้จากการเทียบน้ำหนักจริงของสินค้ากับน้ำหนักปริมาตร แล้วเลือกค่าที่มากกว่า เนื่องจากพื้นที่ระวางบรรทุกในเครื่องบินมีจำกัด กล่องที่น้ำหนักเบาแต่มีขนาดใหญ่จึงอาจมีค่าขนส่งสูงกว่าที่คาดไว้
บทความนี้จะอธิบายสูตรคำนวณ ตัวอย่างจริง และค่าใช้จ่ายอื่นที่ควรรู้ เพื่อช่วยให้คุณประเมินงบได้ถูกต้องก่อนใช้ บริการขนส่งสินค้าทางอากาศ
ค่าขนส่งทางอากาศคิดจากอะไร
ราคาที่ผู้ส่งจ่ายจริงสามารถแบ่งออกเป็น 4 ส่วนหลัก ดังนี้
- ค่าระวาง (Air Freight Rate): Chargeable Weight × อัตราค่าขนส่งต่อกิโลกรัมของสายการบินในเส้นทางนั้น
- ค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม (Surcharges): เช่น ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง (Fuel Surcharge) และค่ารักษาความปลอดภัย (Security Surcharge) ซึ่งมักคิดตามน้ำหนักเช่นกัน
- ค่าบริการภาคพื้น: เช่น ค่าออกใบตราส่งสินค้าทางอากาศ (Air Waybill) ค่าคลังสินค้าที่สนามบิน และค่ารับสินค้า
- ค่าพิธีการศุลกากรและภาษี: รวมถึงค่าดำเนินการของ ตัวแทนออกของ ตลอดจนอากรและภาษีที่ประเทศปลายทาง
สูตรพื้นฐานที่ควรจำ
ค่าระวาง = Chargeable Weight (กก.) × อัตราค่าขนส่งต่อกิโลกรัม
ราคารวม = ค่าระวาง + Surcharges + ค่าบริการภาคพื้น + ค่าพิธีการศุลกากร
Gross Weight, Volume Weight และ Chargeable Weight ต่างกันอย่างไร
| หัวข้อเปรียบเทียบ | ความหมาย | วิธีหาค่า |
|---|---|---|
| Gross Weight | น้ำหนักจริงของสินค้ารวมบรรจุภัณฑ์ | ชั่งด้วยตาชั่ง |
| Volume Weight | น้ำหนักที่แปลงจากขนาดพื้นที่ที่สินค้าใช้ | กว้าง × ยาว × สูง (ซม.) ÷ 6000 |
| Chargeable Weight | น้ำหนักที่ใช้คิดค่าขนส่งจริง | เลือกค่าที่มากกว่าระหว่าง Gross Weight และ Volume Weight |
น้ำหนักปริมาตร คืออะไร และคิดอย่างไร
น้ำหนักปริมาตร คือ การแปลงขนาดของกล่องให้เป็นน้ำหนัก เพื่อสะท้อนพื้นที่ที่สินค้าใช้บนเครื่องบิน ตามกฎ IATA TACT ข้อ 3.9.4 ผู้ส่งควรวัดจากด้านที่ยาวที่สุด กว้างที่สุด และสูงที่สุดของสินค้า หากสินค้ามีปริมาตรเฉลี่ยเกิน 6,000 ลูกบาศก์เซนติเมตรต่อ 1 กิโลกรัม อาจต้องคิดค่าขนส่งตามน้ำหนักปริมาตร
สูตรคำนวณน้ำหนักปริมาตร
น้ำหนักปริมาตร (กก.) = กว้าง × ยาว × สูง (ซม.) × จำนวนกล่อง ÷ 6000
ตัวอย่างการคำนวณ
สินค้า 10 กล่อง ขนาดกล่องละ 50 × 40 × 30 ซม. น้ำหนักจริงกล่องละ 7 กก.
- Gross Weight = 7 × 10 = 70 กก.
- Volume Weight = (50 × 40 × 30 × 10) ÷ 6000 = 100 กก.
- Chargeable Weight = 100 กก. เพราะมากกว่า 70 กก.
ในกรณีนี้ ผู้ส่งจะถูกคิดค่าขนส่งจากน้ำหนัก 100 กก. ไม่ใช่ 70 กก. นอกจากนี้ หากผลคำนวณออกมาเป็นเศษ เช่น 14.625 กก. โดยทั่วไปอาจถูกปัดขึ้นเป็น 15 กก.
ทำไมค่าขนส่งทางอากาศต้องหาร 5000 หรือ 6000
ตัวหารคือ “ความหนาแน่นมาตรฐาน” ที่ผู้ให้บริการขนส่งใช้พิจารณาว่าสินค้าหนักหรือเบาเมื่อเทียบกับขนาด ตัวหาร 6000 เทียบเท่ากับความหนาแน่นประมาณ 167 กก. ต่อลูกบาศก์เมตร สินค้าที่มีความหนาแน่นมากกว่านี้ เช่น อะไหล่โลหะ มักคิดตามน้ำหนักจริง ขณะที่สินค้าน้ำหนักเบาแต่กินพื้นที่มาก เช่น เสื้อผ้าหรือโฟม มักคิดตามน้ำหนักปริมาตร
| หัวข้อเปรียบเทียบ | หาร 6000 | หาร 5000 |
|---|---|---|
| ผู้ใช้ส่วนใหญ่ | สายการบินและ Freight Forwarder สำหรับสินค้าทั่วไป | บริษัทขนส่งด่วนแบบ Express/Courier บางราย |
| กล่อง 50 × 40 × 30 ซม. | 10 กก. | 12 กก. |
| ผลต่อราคา | ต่ำกว่า | น้ำหนักปริมาตรสูงขึ้นราว 20% |
เคล็ดลับ: ก่อนเปรียบเทียบราคา ควรถามผู้ให้บริการเสมอว่าใช้ตัวหารเท่าไร เพราะราคาต่อกิโลกรัมที่ดูถูกกว่าอาจไม่ได้มีต้นทุนรวมที่ถูกจริง หากใช้ตัวหารต่างกัน
อัตราค่าขนส่งทางอากาศต่างประเทศแบ่งช่วงราคาอย่างไร
สายการบินมักแบ่งอัตราค่าขนส่งตามช่วงน้ำหนัก โดยยิ่งส่งมาก ราคาต่อกิโลกรัมมักยิ่งลดลง
- Minimum Charge (M): ค่าขั้นต่ำต่อการส่งสินค้า 1 ครั้ง
- Normal Rate (N): อัตราสำหรับสินค้าน้ำหนักต่ำกว่า 45 กก.
- Quantity Rate: อัตราตามช่วงน้ำหนัก เช่น +45, +100, +300, +500 และ +1000 กก.
ปัจจัยที่ทำให้อัตราค่าขนส่งทางอากาศต่างประเทศเปลี่ยนแปลง ได้แก่
- เส้นทางและระยะทาง รวมถึงการเดินทางแบบเที่ยวบินตรงหรือต่อเครื่อง
- ฤดูกาล เช่น ช่วงปลายปีที่ความต้องการพื้นที่ระวางบรรทุกสูง
- ประเภทสินค้า เช่น สินค้าอันตราย (DG) สินค้าควบคุมอุณหภูมิ หรือสินค้าเน่าเสียง่าย
- ราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งส่งผลต่อ Fuel Surcharge

ส่งสินค้าไปต่างประเทศทางอากาศหรือทางเรือ แบบไหนคุ้มกว่า
| หัวข้อเปรียบเทียบ | ขนส่งทางอากาศ | ขนส่งทางเรือ |
|---|---|---|
| ความเร็ว | ไม่กี่วัน | หลายสัปดาห์ |
| ต้นทุนต่อกิโลกรัม | สูงกว่า | ต่ำกว่ามาก |
| วิธีคิดค่าขนส่ง | Chargeable Weight โดยทั่วไปใช้ตัวหาร 6000 | FCL คิดต่อตู้ / LCL คิดตามปริมาตร (CBM) หรือน้ำหนัก แล้วแต่ค่าใดมากกว่า |
| เหมาะกับสินค้า | สินค้าเร่งด่วน มูลค่าสูง หรือปริมาณน้อย | สินค้าปริมาณมาก น้ำหนักมาก และไม่เร่งรีบ |
หากสินค้าไม่เร่งด่วนและมีปริมาณมาก ควรเปรียบเทียบราคากับ บริการขนส่งสินค้าทางเรือ ก่อนตัดสินใจเลือกวิธีขนส่ง
4 วิธีลดค่าขนส่งทางอากาศ
- เลือกบรรจุภัณฑ์ให้พอดีกับสินค้า เพื่อลดช่องว่างในกล่องและลดน้ำหนักปริมาตร
- รวมสินค้าหลายรายการเป็นชิปเมนต์เดียว เพื่อเพิ่มโอกาสให้ถึงช่วงน้ำหนักที่มีราคาต่อกิโลกรัมต่ำลง
- วางแผนส่งล่วงหน้า และหลีกเลี่ยงช่วงที่พื้นที่ขนส่งมีความต้องการสูง
- เตรียมเอกสารให้ครบถ้วน เพื่อลดโอกาสเกิดความล่าช้าและค่าเก็บรักษาสินค้าที่คลัง
เลือกบริษัทขนส่งทางอากาศที่คำนวณค่าส่งโปร่งใสอย่างไร
ก่อนเลือกผู้ให้บริการขนส่งทางอากาศ ควรตรวจสอบรายละเอียดต่อไปนี้
- ใบเสนอราคาแจกแจงค่าใช้จ่ายครบทุกรายการ และไม่มีค่าใช้จ่ายแฝง
- แจ้งตัวหารน้ำหนักปริมาตร รวมถึงวิธีปัดเศษน้ำหนักอย่างชัดเจน
- ดูแลได้ครบตั้งแต่การจองระวาง การจัดเตรียมเอกสาร ไปจนถึง บริการพิธีการศุลกากร
- มีทีมงานให้คำปรึกษาและสามารถติดตามสถานะสินค้าได้
Sandy Inter Logistics ให้บริการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศทั้งทางอากาศ ทางเรือ และทางรถ พร้อมบริการพิธีการศุลกากรแบบครบวงจร
สรุป
ค่าขนส่งทางอากาศขึ้นอยู่กับ Chargeable Weight ซึ่งเลือกจากค่าที่มากกว่าระหว่างน้ำหนักจริงกับน้ำหนักปริมาตร รวมกับค่าธรรมเนียม ค่าบริการภาคพื้น และค่าพิธีการที่เกี่ยวข้อง การเข้าใจสูตรหาร 6000 และโครงสร้างราคา จะช่วยให้คุณเปรียบเทียบใบเสนอราคา วางแผนต้นทุน และเลือกวิธีขนส่งได้แม่นยำยิ่งขึ้น
หากต้องการประเมินค่าขนส่งสำหรับสินค้าของคุณ ติดต่อเรา เพื่อรับใบเสนอราคา
คำถามที่พบบ่อย
ค่า Air Freight คิดจากน้ำหนักจริงหรือขนาดกล่อง?
ค่าขนส่งคิดจากค่าที่มากกว่าระหว่างน้ำหนักจริงกับน้ำหนักปริมาตร โดยเรียกน้ำหนักที่ใช้คิดเงินว่า Chargeable Weight
น้ำหนักปริมาตร คืออะไร?
น้ำหนักปริมาตร คือ การแปลงขนาดกล่องเป็นน้ำหนัก ซึ่งสำหรับการขนส่งทางอากาศทั่วไปคำนวณจาก กว้าง × ยาว × สูง (ซม.) ÷ 6000
ถ้าวัดขนาดเป็นนิ้ว ต้องคำนวณอย่างไร?
ให้แปลงหน่วยเป็นเซนติเมตรก่อน โดย 1 นิ้ว เท่ากับ 2.54 ซม. จากนั้นจึงใช้สูตรหาร 6000 ตามปกติ
ส่งพาเลทต้องวัดขนาดรวมพาเลทหรือไม่?
ต้องวัดรวมพาเลท โดยใช้ด้านที่ยาวที่สุด กว้างที่สุด และสูงที่สุดของสินค้าทั้งชุด
ใบเสนอราคาค่าขนส่งทางอากาศรวมภาษีนำเข้าหรือยัง?
โดยทั่วไปใบเสนอราคาอาจยังไม่รวมภาษีและอากรปลายทาง ซึ่งคิดตามพิกัดศุลกากร มูลค่าสินค้า และข้อกำหนดของประเทศปลายทาง จึงควรสอบถามผู้ให้บริการให้ชัดเจนก่อนตกลงใช้บริการ
สินค้าอันตรายส่งทางอากาศได้ไหม?
สินค้าอันตรายสามารถส่งทางอากาศได้บางประเภท แต่ต้องบรรจุสินค้าและจัดทำเอกสารตามข้อกำหนดเฉพาะ รวมถึงอาจมีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม


